หน้าหลักบทความคำแนะนำซื้อบ้านมือสองต้องดูอะไรบ้าง?
ซื้อบ้านมือสองต้องดูอะไรบ้าง?
คำแนะนำ

ซื้อบ้านมือสองต้องดูอะไรบ้าง?

|2 กรกฎาคม 2569|อ่าน 17 นาที

การซื้อบ้านมือสองเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับหลายคน เพราะมักได้ทำเลดี พื้นที่ใช้สอยมากกว่า หรือราคาคุ้มค่ากว่าบ้านใหม่ในบางพื้นที่ แต่ในขณะเดียวกัน บ้านมือสองก็มีรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบมากกว่าการซื้อบ้านใหม่จากโครงการ

เพราะบ้านมือสองเป็นทรัพย์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ผู้ซื้อจึงไม่ควรดูแค่ความสวย ทำเล หรือราคาถูกเท่านั้น แต่ควรตรวจสอบให้ครบทั้งสภาพบ้าน เอกสารกรรมสิทธิ์ ภาระจำนอง ค่าใช้จ่ายวันโอน และความพร้อมด้านสินเชื่อ

บทความนี้จะพาไปดูว่า ก่อนซื้อบ้านมือสองควรเช็กอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้รอบคอบขึ้น และลดความเสี่ยงก่อนวางเงินจองหรือทำสัญญาจะซื้อจะขาย

ซื้อบ้านมือสองต้องดูอะไรบ้างแบบสรุป

ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง ควรตรวจสอบเรื่องหลัก ๆ ดังนี้

  1. ทำเลและสภาพแวดล้อมรอบบ้าน

  2. ราคาขายเมื่อเทียบกับตลาด

  3. สภาพโครงสร้างบ้าน

  4. ระบบน้ำ ระบบไฟ และการระบายน้ำ

  5. การต่อเติมหรือรีโนเวท

  6. โฉนดและเจ้าของกรรมสิทธิ์

  7. ภาระจำนองหรือภาระผูกพันของทรัพย์

  8. ความสามารถในการขอสินเชื่อ

  9. ค่าใช้จ่ายวันโอน

  10. รายละเอียดในสัญญาจะซื้อจะขาย

บ้านมือสองที่ดีไม่ใช่แค่บ้านที่ราคาถูก แต่ควรเป็นบ้านที่เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง เอกสารถูกต้อง และไม่มีความเสี่ยงซ่อนอยู่มากเกินไป

1. ดูทำเลก่อนดูตัวบ้าน

ทำเลเป็นสิ่งที่เปลี่ยนได้ยากที่สุดในการซื้อบ้าน บ้านสามารถซ่อมแซม รีโนเวท หรือปรับปรุงใหม่ได้ แต่ทำเลรอบบ้านเปลี่ยนไม่ได้ง่าย ๆ

ก่อนซื้อบ้านมือสอง ควรดูว่าบ้านอยู่ในทำเลที่เหมาะกับการใช้ชีวิตของคุณหรือไม่ เช่น เดินทางสะดวกไหม ใกล้ที่ทำงาน โรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด ห้างสรรพสินค้า หรือถนนหลักหรือไม่

นอกจากนี้ควรลองไปดูบ้านหลายช่วงเวลา เช่น กลางวัน กลางคืน วันธรรมดา และวันหยุด เพราะบางพื้นที่อาจดูเงียบในบางช่วง แต่รถติดมากในช่วงเย็น หรืออาจมีเสียงรบกวนในช่วงกลางคืน

สิ่งที่ควรเช็กเพิ่มเติม ได้แก่

  • ทางเข้าออกซอยสะดวกหรือไม่

  • ถนนหน้าบ้านกว้างพอหรือไม่

  • มีปัญหาน้ำท่วมหรือไม่

  • รอบบ้านมีเสียง กลิ่น หรือกิจการที่รบกวนการอยู่อาศัยหรือไม่

  • เพื่อนบ้านและชุมชนโดยรอบเป็นอย่างไร

  • ทำเลมีแนวโน้มเติบโตในอนาคตหรือไม่

ถ้าทำเลไม่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน ต่อให้บ้านสวยหรือราคาดี ก็อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะในระยะยาว

2. เปรียบเทียบราคาขายกับราคาตลาด

ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรเปรียบเทียบราคาบ้านหลังนั้นกับบ้านลักษณะใกล้เคียงในพื้นที่เดียวกัน ไม่ควรดูจากราคาที่ผู้ขายตั้งไว้เพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ควรนำมาเปรียบเทียบ ได้แก่

  • ประเภทบ้าน เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือทาวน์โฮม

  • ขนาดที่ดิน

  • พื้นที่ใช้สอย

  • อายุบ้าน

  • สภาพบ้าน

  • ทำเลในโครงการหรือในซอย

  • ระยะทางจากถนนหลักหรือรถไฟฟ้า

  • บ้านมีการรีโนเวทแล้วหรือยัง

บางครั้งบ้านที่ราคาสูงกว่าอาจคุ้มกว่า หากสภาพบ้านดี ไม่ต้องซ่อมเยอะ และอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า แต่บางครั้งบ้านที่ดูราคาถูก อาจมีค่าใช้จ่ายซ่อมแซมตามมาอีกมาก

ดังนั้นก่อนซื้อ ควรดูทั้ง “ราคาซื้อ” และ “ค่าใช้จ่ายหลังซื้อ” ไปพร้อมกัน

3. ตรวจสภาพโครงสร้างบ้าน

บ้านมือสองผ่านการใช้งานมาแล้ว จึงควรตรวจสภาพโครงสร้างให้ละเอียด โดยเฉพาะจุดที่อาจมีผลต่อความปลอดภัยหรือค่าใช้จ่ายหลังซื้อ

จุดที่ควรดู ได้แก่

  • เสาและคานมีรอยแตกร้าวผิดปกติหรือไม่

  • ผนังมีรอยร้าวขนาดใหญ่หรือรอยร้าวแนวเฉียงหรือไม่

  • พื้นบ้านทรุด เอียง หรือยุบตัวหรือไม่

  • หลังคามีรอยรั่วหรือไม่

  • ฝ้าเพดานมีคราบน้ำหรือเชื้อราหรือไม่

  • ประตูและหน้าต่างเปิดปิดได้ปกติหรือไม่

  • พื้นรอบบ้านมีการทรุดตัวมากผิดปกติหรือไม่

รอยร้าวเล็ก ๆ บางจุดอาจเป็นเรื่องปกติของบ้านที่มีอายุ แต่รอยร้าวบางประเภทอาจสะท้อนปัญหาโครงสร้าง หากไม่มั่นใจ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทตรวจบ้านช่วยตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ

4. ตรวจระบบน้ำ ระบบไฟ และการระบายน้ำ

ระบบน้ำและระบบไฟเป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามตอนดูบ้าน แต่ถ้ามีปัญหาหลังซื้อ อาจมีค่าใช้จ่ายสูงและซ่อมค่อนข้างยุ่งยาก

สิ่งที่ควรตรวจระบบน้ำ ได้แก่

  • เปิดก๊อกน้ำทุกจุดเพื่อดูแรงดันน้ำ

  • ตรวจว่ามีน้ำรั่วใต้ซิงก์หรือในห้องน้ำหรือไม่

  • ดูคราบน้ำซึมตามผนังหรือพื้น

  • ตรวจปั๊มน้ำและถังเก็บน้ำ

  • ดูว่าท่อระบายน้ำมีกลิ่นหรือระบายน้ำช้าหรือไม่

สิ่งที่ควรตรวจระบบไฟ ได้แก่

  • เปิดไฟทุกจุด

  • ทดสอบปลั๊กไฟ

  • ตรวจตู้ไฟและเบรกเกอร์

  • ดูว่าสายไฟเก่าหรือมีร่องรอยไหม้หรือไม่

  • ระบบไฟรองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าปัจจุบันได้หรือไม่

นอกจากนี้ควรดูการระบายน้ำรอบบ้านด้วย โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ในพื้นที่ต่ำหรือเคยมีประวัติน้ำท่วม

5. เช็กการต่อเติมและรีโนเวท

บ้านมือสองหลายหลังผ่านการต่อเติม เช่น ครัวหลังบ้าน โรงจอดรถ ห้องเพิ่ม หรือพื้นที่ซักล้าง การต่อเติมไม่ได้ผิดเสมอไป แต่ต้องดูว่าทำถูกต้องและปลอดภัยหรือไม่

สิ่งที่ควรถามเจ้าของเดิม ได้แก่

  • บ้านเคยต่อเติมส่วนไหนบ้าง

  • ต่อเติมมานานแค่ไหน

  • เคยมีปัญหารั่วซึม ทรุด หรือแตกร้าวหรือไม่

  • งานต่อเติมกระทบโครงสร้างหลักหรือไม่

  • มีเอกสาร แบบ หรือข้อมูลผู้รับเหมาหรือไม่

บ้านที่รีโนเวทสวยอาจดูน่าซื้อ แต่ไม่ควรดูแค่ความสวยภายนอก เพราะบางครั้งการรีโนเวทอาจปิดบังปัญหาเดิม เช่น ความชื้น รอยร้าว หรือระบบไฟเก่า

6. ตรวจโฉนดและชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์

ก่อนวางเงินจองหรือทำสัญญา ควรตรวจสอบว่าเจ้าของบ้านเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จริงหรือไม่ โดยดูจากเอกสารสิทธิ์ เช่น โฉนดที่ดิน หรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดในกรณีคอนโด

สิ่งที่ควรตรวจ ได้แก่

  • ชื่อผู้ขายตรงกับชื่อในโฉนดหรือไม่

  • หากมีเจ้าของร่วม ทุกคนยินยอมขายหรือไม่

  • รายละเอียดในโฉนดตรงกับทรัพย์จริงหรือไม่

  • ขนาดที่ดินถูกต้องหรือไม่

  • มีภาระจำนองหรือภาระผูกพันระบุไว้หรือไม่

  • มีปัญหาเรื่องทางเข้าออกหรือข้อพิพาทหรือไม่

ถ้าซื้อผ่านนายหน้า ควรถามให้ชัดว่านายหน้าขายแทนใคร เจ้าของตัวจริงรับทราบหรือไม่ และมีเอกสารมอบหมายให้ขายหรือไม่

เรื่องเอกสารเป็นจุดที่ไม่ควรมองข้าม เพราะถ้าเอกสารไม่ชัดเจน อาจทำให้เกิดปัญหาในขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์ได้

7. เช็กว่าบ้านติดจำนองหรือไม่

บ้านมือสองจำนวนมากยังติดจำนองกับธนาคาร ซึ่งไม่ได้แปลว่าซื้อขายไม่ได้ แต่ต้องวางขั้นตอนให้ชัดเจน

หากบ้านติดจำนอง ควรถามข้อมูลเหล่านี้

  • บ้านติดจำนองกับธนาคารใด

  • ยอดหนี้คงเหลือประมาณเท่าไหร่

  • ราคาขายเพียงพอปิดหนี้หรือไม่

  • วันโอนต้องมีตัวแทนธนาคารของผู้ขายมาด้วยหรือไม่

  • ผู้ซื้อจะซื้อเงินสดหรือขอสินเชื่อ

  • เงินจากผู้ซื้อจะนำไปไถ่ถอนจำนองอย่างไร

ในทางปฏิบัติ บ้านติดจำนองสามารถซื้อขายได้ แต่ต้องประสานระหว่างผู้ขาย ผู้ซื้อ ธนาคารของผู้ขาย ธนาคารของผู้ซื้อ และสำนักงานที่ดินให้เรียบร้อยก่อนวันโอน

หากขั้นตอนไม่ชัดเจน ควรปรึกษาธนาคารหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนทำสัญญา

8. ประเมินความสามารถในการขอสินเชื่อก่อนวางเงินจอง

ถ้าคุณต้องกู้ซื้อบ้านมือสอง ไม่ควรวางเงินจองหรือทำสัญญาโดยยังไม่ประเมินความสามารถในการกู้ เพราะถ้ากู้ไม่ผ่าน อาจเสียเงินจองหรือเงินมัดจำตามเงื่อนไขในสัญญา

ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรประเมินเบื้องต้นว่า

  • รายได้ต่อเดือนเพียงพอหรือไม่

  • ภาระหนี้เดิมสูงเกินไปหรือไม่

  • เครดิตบูโรมีปัญหาหรือไม่

  • มีเงินออมสำหรับค่าใช้จ่ายวันโอนหรือไม่

  • ธนาคารประเมินราคาบ้านได้ใกล้เคียงราคาซื้อขายหรือไม่

  • ผ่อนต่อเดือนแล้วไม่กระทบสภาพคล่องมากเกินไปหรือไม่

บ้านที่ชอบมากอาจไม่ใช่บ้านที่เหมาะที่สุด หากภาระผ่อนสูงเกินกำลัง ดังนั้นควรดูทั้งราคาบ้าน เงินดาวน์ ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายหลังซื้อไปพร้อมกัน

9. เตรียมค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากราคาบ้าน

การซื้อบ้านไม่ได้มีแค่ราคาบ้านเท่านั้น แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องเตรียมไว้ด้วย โดยเฉพาะในวันโอนกรรมสิทธิ์และช่วงหลังรับโอน

ค่าใช้จ่ายที่ควรเตรียม ได้แก่

  • ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์

  • ค่าจดจำนอง หากกู้ธนาคาร

  • ค่าประเมินราคาหลักประกัน

  • ค่าประกันอัคคีภัย

  • ค่าส่วนกลางค้างชำระ หากมี

  • ค่าซ่อมแซมหรือรีโนเวทหลังซื้อ

  • ค่าขนย้าย

  • ค่าเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

  • ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินหลังเข้าอยู่

ค่าโอนและค่าจดจำนองอาจมีมาตรการลดหย่อนจากภาครัฐในบางช่วง แต่เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนวันโอนจริงเสมอ

10. อ่านสัญญาจะซื้อจะขายให้ละเอียด

สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเอกสารสำคัญมาก เพราะเป็นข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ก่อนเซ็นสัญญาควรอ่านให้ละเอียด และไม่ควรรีบเซ็นหากยังมีข้อสงสัย

ในสัญญาควรระบุเรื่องสำคัญให้ชัดเจน เช่น

  • รายละเอียดผู้ซื้อและผู้ขาย

  • รายละเอียดทรัพย์

  • ราคาซื้อขาย

  • เงินจองและเงินมัดจำ

  • กำหนดวันโอนกรรมสิทธิ์

  • เงื่อนไขกรณีกู้ไม่ผ่าน

  • เงื่อนไขกรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา

  • รายการทรัพย์สินที่รวมอยู่ในการขาย เช่น แอร์ เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า

  • ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายวันโอนแต่ละรายการ

  • ภาระค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าใช้จ่ายค้างชำระ

หากมีเงื่อนไขสำคัญ เช่น “หากกู้ไม่ผ่านให้คืนเงินมัดจำ” หรือ “ผู้ขายต้องซ่อมจุดที่ชำรุดก่อนโอน” ควรเขียนไว้ในสัญญาให้ชัดเจน ไม่ควรตกลงกันด้วยคำพูดอย่างเดียว

11. ตรวจค่าส่วนกลางและกฎของโครงการ

หากซื้อบ้านในหมู่บ้านจัดสรรหรือคอนโด ควรตรวจสอบค่าส่วนกลางและกฎของนิติบุคคลก่อนซื้อ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดที่ต้องอยู่กับคุณหลังจากรับโอนแล้ว

สิ่งที่ควรถาม ได้แก่

  • ค่าส่วนกลางเดือนละเท่าไหร่

  • เจ้าของเดิมค้างค่าส่วนกลางหรือไม่

  • จอดรถได้กี่คัน

  • เลี้ยงสัตว์ได้หรือไม่

  • ต่อเติมบ้านได้แค่ไหน

  • ใช้บ้านทำธุรกิจได้หรือไม่

  • พื้นที่ส่วนกลางดูแลดีหรือไม่

  • ระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างไร

บ้านที่ราคาดี แต่มีค่าส่วนกลางสูง หรือมีกฎที่ไม่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของคุณ อาจทำให้เกิดปัญหาภายหลังได้

12. ดูศักยภาพในอนาคต

นอกจากดูว่าบ้านเหมาะกับการอยู่อาศัยตอนนี้หรือไม่ ควรดูด้วยว่าบ้านหลังนี้มีศักยภาพในอนาคตหรือไม่ โดยเฉพาะถ้าคุณมีแผนขายต่อหรือปล่อยเช่าในอนาคต

ปัจจัยที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • ทำเลมีโอกาสเติบโตหรือไม่

  • มีโครงการถนน รถไฟฟ้า หรือสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ในอนาคตหรือไม่

  • บ้านอยู่ในพื้นที่ที่มีความต้องการซื้อหรือเช่าสม่ำเสมอหรือไม่

  • แบบบ้านยังเป็นที่ต้องการของตลาดหรือไม่

  • ราคาซื้อยังมีส่วนเผื่อสำหรับค่าซ่อมและมูลค่าในอนาคตหรือไม่

สำหรับคนซื้อเพื่ออยู่เอง ความสะดวกในการใช้ชีวิตสำคัญที่สุด แต่ถ้าซื้อเพื่อการลงทุน ควรดูเรื่องผลตอบแทน ค่าเช่า และโอกาสขายต่อเพิ่มเติมด้วย

เช็กลิสต์ก่อนซื้อบ้านมือสอง

ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านมือสอง ลองใช้เช็กลิสต์นี้ตรวจสอบอีกครั้ง

ด้านทำเล

  • เดินทางสะดวก

  • ถนนและซอยเข้าออกดี

  • สภาพแวดล้อมเหมาะกับการอยู่อาศัย

  • ไม่มีปัญหาน้ำท่วมบ่อย

  • ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น

ด้านราคา

  • ราคาเหมาะกับตลาด

  • เปรียบเทียบบ้านใกล้เคียงแล้ว

  • มีงบเผื่อซ่อมแซมหลังซื้อ

  • ราคาสอดคล้องกับสภาพบ้าน

  • ไม่ตัดสินใจจากคำว่า “ถูก” อย่างเดียว

ด้านตัวบ้าน

  • โครงสร้างไม่มีปัญหาร้ายแรง

  • หลังคาไม่รั่ว

  • ระบบน้ำใช้งานได้ดี

  • ระบบไฟปลอดภัย

  • ไม่มีร่องรอยทรุดหรือแตกร้าวผิดปกติ

  • การต่อเติมไม่เสี่ยงต่อโครงสร้าง

ด้านเอกสาร

  • ผู้ขายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จริง

  • โฉนดหรือเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง

  • ไม่มีข้อพิพาทที่ไม่ชัดเจน

  • หากติดจำนอง มีขั้นตอนไถ่ถอนชัดเจน

  • สัญญาจะซื้อจะขายระบุเงื่อนไขครบถ้วน

ด้านการเงิน

  • ประเมินความสามารถในการกู้แล้ว

  • เตรียมเงินสำหรับค่าใช้จ่ายวันโอนแล้ว

  • เข้าใจภาระผ่อนต่อเดือน

  • มีเงินสำรองหลังซื้อ

  • เปรียบเทียบสินเชื่อมากกว่าหนึ่งทางเลือก

ซื้อบ้านมือสองผ่านนายหน้าดีไหม?

การซื้อบ้านมือสองผ่านนายหน้ามีข้อดีตรงที่ช่วยประสานงานระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ช่วยคัดเลือกทรัพย์ที่ตรงกับงบประมาณและความต้องการ ช่วยนัดชมบ้าน ต่อรองราคา และประสานเอกสารเบื้องต้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ซื้อควรเลือกนายหน้าที่ให้ข้อมูลตรงไปตรงมา ไม่เร่งให้วางเงินโดยยังไม่ได้ตรวจเอกสาร และสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับตัวบ้าน เจ้าของกรรมสิทธิ์ ราคา และขั้นตอนซื้อขายได้ชัดเจน

นายหน้าที่ดีไม่ควรแค่พาไปดูบ้าน แต่ควรช่วยให้ผู้ซื้อเห็นทั้งข้อดี ข้อจำกัด และความเสี่ยงของทรัพย์ก่อนตัดสินใจ

สรุป: ซื้อบ้านมือสองต้องดูให้ครบก่อนตัดสินใจ

การซื้อบ้านมือสองไม่ควรตัดสินใจจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว แม้บ้านจะสวย ทำเลดี หรือราคาน่าสนใจ แต่ผู้ซื้อควรตรวจสอบให้ครบทั้งสภาพบ้าน โครงสร้าง ระบบน้ำไฟ โฉนด ภาระจำนอง สัญญา ค่าใช้จ่ายวันโอน และความสามารถในการขอสินเชื่อ

บ้านมือสองที่ดีไม่ใช่แค่บ้านที่ราคาถูก แต่ต้องเป็นบ้านที่เหมาะกับการอยู่อาศัยจริง เอกสารถูกต้อง ค่าใช้จ่ายไม่บานปลาย และไม่มีความเสี่ยงซ่อนอยู่มากเกินไป

หากคุณกำลังมองหาบ้านมือสอง คอนโดมือสอง หรืออสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะกับงบประมาณและความต้องการ KAP PROPERTY พร้อมช่วยคัดเลือกทรัพย์ นัดชมบ้าน ให้คำแนะนำเบื้องต้น และประสานงานการซื้อขายอย่างเป็นระบบ

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อบ้านมือสองต้องดูอะไรเป็นอันดับแรก?

ควรเริ่มจากทำเล ราคา และสภาพบ้าน เพราะเป็น 3 ปัจจัยหลักที่มีผลต่อทั้งการอยู่อาศัยและมูลค่าในอนาคต จากนั้นค่อยตรวจเอกสารกรรมสิทธิ์ ภาระจำนอง และความพร้อมด้านสินเชื่อ

ซื้อบ้านมือสองต้องตรวจโฉนดไหม?

ควรตรวจทุกครั้ง เพื่อดูว่าผู้ขายเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์จริงหรือไม่ มีเจ้าของร่วม ภาระจำนอง หรือข้อจำกัดใดเกี่ยวกับทรัพย์หรือไม่

บ้านมือสองติดจำนองซื้อได้ไหม?

ซื้อได้ แต่ต้องประสานขั้นตอนไถ่ถอนจำนองกับธนาคารเจ้าหนี้ของผู้ขายให้ชัดเจน โดยเฉพาะในวันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน

ซื้อบ้านมือสองควรตรวจบ้านไหม?

ควรตรวจ โดยเฉพาะโครงสร้าง หลังคา ระบบน้ำ ระบบไฟ รอยรั่ว รอยทรุด และการต่อเติม หากไม่มั่นใจควรใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทตรวจบ้าน

ซื้อบ้านมือสองมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปมีค่าโอน ค่าจดจำนอง ค่าประเมิน ค่าประกัน ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อมแซม และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ควรตรวจสอบรายละเอียดกับธนาคาร สำนักงานที่ดิน หรือผู้เกี่ยวข้องก่อนวันโอนจริง